คลายกังวลอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

 
   
     
 

คุณผู้ชายที่ตกอกตกใจกับสภาวะปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้

ความต้องการทางเพศ หรือความสนใจทางเพศลดลง

การหลั่งน้ำอสุจิผิดปกติ การหลั่งเร็ว หรือหลั่งช้าผิดปกติ

เกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จนไม่สามารถ คงความแข็งตัวขององคชาต เพื่อใช้งานได้

ปัญหาทั้งหมดนี้ มักเกิดขึ้นได้ในผู้ชายทั่วโลก ส่วนใหญ่เมื่อเกิดปัญหา ก็มักเขินอายที่จะไปพบแพทย์ ต้องบอกก่อนว่า ปัญหาเหล่านี้ อาจเกิดซ้ำซ้อนกันได้ เพราะบางราย อาจมีปัญหามากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน แต่ข่าวดีคือ ปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ และจะช่วยให้ผู้ชาย และคู่สมรส สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขมากขึ้น

ปัญหาสำคัญในการเริ่มต้นแก้ไขนั่นก็คือ อย่าอายที่จะนำปัญหาดังกล่าวมาพบแพทย์ หรือไม่ควรคิดว่า ไม่มีทางในการรักษา และสุดท้ายก็ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษา ซึ่งหากพูดถึงกลุ่มปัญหาข้างต้น เราจะเรียกกลุ่มโรคนี้ว่า “โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

ผู้ชายที่มีโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มักมีปัญหาในการ แข็งตัวขององคชาต เพื่อให้เพียงพอในการมีเพศสัมพันธ์ ผู้ชายส่วนใหญ่ มีความลำบากในการแข็งตัวขององคชาต เมื่อวันเวลาผ่านไป บางคนมีอาการไม่รุนแรง และนานๆ ครั้งจึงจะมีอาการ แต่บางคนมีปัญหารุนแรงมาก และเป็นบ่อยครั้งที่จะมีเพศสัมพันธ์ ปัญหาดังกล่าวนี้ จะทำให้ความมั่นใจในตัวเองเสียไป เกิดความกังวลใจ ซึมเศร้า รู้สึกเครียด และรบกวน การมีคุณภาพชีวิตของคู่สมรสเป็นอย่างมาก อุบัติการณ์ในประเทศไทย พบผู้ที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ อยู่ประมาณ 42.18% (อายุระหว่าง 40-70 ปี)

สาเหตุของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มีสาเหตุหลายประการ ที่เป็นไปได้ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ

ปัจจัยทางด้านร่างกาย เช่น เลือดไหลเข้าในองคชาตไม่เพียงพอ มีหลายภาวะที่ลดการไหลของเลือด ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยคือ เส้นเลือดขอด หรืออุดตัน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือด และ การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุของปัญหาดังกล่าว สาเหตุต่อมาคือ องคชาตไม่สามารถเก็บเลือดไว้ได้ ในระหว่างการแข็งตัว สาเหตุเกิดจาก เส้นเลือดดำรั่ว ทำให้ไม่สามารถ คงการแข็งตัวได้ ภาวะนี้เกิดขึ้นได้ทุกช่วงอายุ อีกสาเหตุหนึ่งที่พบคือ การส่งข่าวของเส้นประสาท จากสมอง หรือไขสันหลัง ไม่สามารถส่งมายังองคชาตได้ ซึ่งผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคพาร์กินสัน อาจเป็นสาเหตุของปัญหานี้ การบาดเจ็บ หรือการผ่าตัดบริเวณเชิงกราน ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำลายเส้นประสาท ที่มาเลี้ยงองคชาตได้เช่นกัน

ปัจจัยทางด้านจิตใจ การมีกิจกรรมทางเพศ ต้องมีจิตใจ และร่างกายทั้งสองอย่างร่วมกัน ปัญหาด้านอารมณ์ และความสัมพันธ์ สามารถทำให้เกิด โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือทำให้อาการแย่ลง ตัวอย่างปัญหาเช่น โรคซึมเศร้า ความขัดแย้งในครอบครัว ความเครียด ความกังวลใจเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ เป็นต้น

คำถามตามมาก็คือ การแข็งตัวขององคชาตเกิดขึ้นได้อย่างไร? ต้องบอกว่า ถ้าผู้ชายไม่ได้รับการกระตุ้นทางเพศ องคชาตของผู้ชายจะอ่อนตัว แต่เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ เส้นประสาทจะส่งข่าว ให้มีการหลั่งสารเคมีไปเพิ่มการไหลของเลือด เข้าในองคชาต เลือดจะไหลเข้าแกนขององคชาต ที่มีสองห้อง ที่เป็นฟองน้ำอยู่ด้านข้าง กล้ามเนื้อเรียบของห้องฟองน้ำ จะคลายตัว และทำให้เลือดไหลเข้าไป และคงอยู่ภายในห้อง ความดันเลือดทำให้องคชาตแข็งตัว เมื่อผู้ชายถึงจุดสุดยอด เลือดจะไหลออกจากองคชาตอีกครั้ง และองคชาตจะเริ่มอ่อนตัวลงทันที

แล้วจะทราบได้อย่างไรว่ามีปัจจัยเสี่ยง? ส่วนมากปัญหาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จะพบได้มากในผู้ป่วยที่เป็นโรคต่างๆ ดังนี้ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคซึมเศร้า โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคหัวใจขาดเลือด หรือเส้นเลือดหัวใจอุดตัน โรคอ้วน โรคไตวาย รวมทั้งผู้ที่สูบบุหรี่จัด ติดยาเสพติด ได้รับการผ่าตัดบริเวณเชิงกราน หรือฉายแสงรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

การตรวจวินิจฉัยรักษา แพทย์จะตรวจวินิจฉัยพิเศษให้ยารักษา หรือผ่าตัดแก้ไข ปัญหาการแข็งตัวขององคชาต หากปัญหาเกิดจากระดับฮอร์โมน ก็จะได้รับฮอร์โมนทดแทน หากปัญหาเกิดจากจิตใจ ก็จะส่งไปพบจิตแพทย์ เพื่อแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีปัญหาทางจิต จิตแพทย์ก็จะช่วยเป็นที่ปรึกษา หรือร่วมแก้ปัญหาได้

สิ่งที่จะได้รับการตรวจเมื่อมาพบแพทย์ ลำดับแรก แพทย์จะทำการซักประวัติ ผู้ป่วยจะต้องแจ้งปัญหา และระบุโรคที่เป็นอยู่ให้ทราบ บางคำถาม อาจเกี่ยวกับประวัติทางเพศสัมพันธ์ และอาจเป็นคำถามที่ค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัว คำตอบที่แพทย์ได้รับ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ในตรวจวินิจฉัยรักษา

ต่อมา แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย อย่างระมัดระวัง เพื่อดูว่ามีอาการของโรคอื่นด้วยหรือไม่ เช่น ระบบหัวใจ และหลอดเลือด ระบบประสาท และระบบต่อมไร้ท่อ แพทย์จะทำการตรวจร่างกายโดยการ วัดความดัน การตรวจองคชาต หรือลูกอัณฑะ รวมทั้งตรวจต่อมลูกหมาก

ส่วนการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เป็นขั้นตอนการตรวจในลำดับถัดมา แพทย์จะทำการตรวจเลือด เพื่อหาค่าระดับฮอร์โมนเพศชาย ระดับน้ำตาล ระดับไขมันในเส้นเลือด หรือฮอร์โมนธัยรอยด์ ตรวจปัสสาวะ ซึ่งทั้งหมดจะทำให้ทราบถึงปัญหาได้ดียิ่งขึ้น

ปัญหาทางเพศสัมพันธ์ เป็นสิ่งที่อ่อนไหวมาก ทำให้รู้สึกลังเลใจ ไม่มั่นใจที่จะมาปรึกษาแพทย์ ซึ่งจากสถิติพบว่า มีผู้ป่วยโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จำนวน
ร้อยละ 14.81 ที่รู้สึกค่อนข้างไม่สะดวกที่จะมาปรึกษาแพทย์
ร้อยละ 13.75 รู้สึกอึดอัดกับการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ร้อยละ 9.7 ที่รู้สึกค่อนข้างยินดีที่จะเปิดเผย และพูดคุยกับแพทย์
ดังนั้น ควรได้รับการนัดหมาย เพื่อตรวจสุขภาพ โดยอาจแจ้งว่า มานัดตรวจเพื่อตรวจสุขภาพชายก็ได้

อีกสิ่งหนึ่งที่จะแนะนำก็คือ คนใกล้ชิด หรือคู่สมรส ควรรับรู้ปัญหาร่วมกัน เพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน คู่ชีวิตจึงควรให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ต้องไม่ทิ้งปัญหาไว้แก้แต่เพียงผู้เดียว ให้ระลึกว่า ปัญหาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นสิ่งที่รักษาได้

ทิ้งท้ายไว้ว่า การรักษาที่ดีที่สุด สำหรับโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศก็คือ ทั้งคู่ยอมรับการรักษาร่วมกัน และให้กำลังใจกัน ฉะนั้น..มาร่วมแก้ปัญหากันเถอะในงาน “มาดูแลสุขภาพชาย เพื่อวันพ่อกันเถิด” งานที่หน่วยศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จัดขึ้น โดยกิจกรรมภายในงาน นอกจากจะมีการบรรยาย ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพเพศชายแล้ว ยังมีบริการตรวจ สุขภาพ วัดความดัน วัดความหนาแน่นของมวลกระดูก วัดความแรงของปัสสาวะ วัดรอบเอว เจาะเลือดตรวจไขมัน รวมทั้งตรวจวัดสมรรถภาพทางเพศ เรียกได้ว่า ฟรี!! ตลอดทั้งงาน ...อย่าพลาดพบกันในวันเสาร์ที่ 28 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 06.30-12.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 5 อาคารศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ * ติดต่อลงทะเบียนได้ที่หน้างาน *

นท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 
     
  ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  
 


« กลับหน้าหลัก เพศศึกษาทุกวัย «